Header Ads

Header ADS

วันอีดและวันอะรอฟะฮ์ไม่จำเป็นต้องตามมักกะฮ์

วันอีดและวันอะรอฟะฮ์ในแต่ละท้องที่
ไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกันกับที่นครมักกะฮ์


ตอบคำถามโดย ชัยคฺ อัสลัม อบู อิสมาอีล



ความประเสริฐของวันอีดและอารอฟะห์

นอกจากวันอีดิลอัฎฮาอันประเสริฐแล้ว ยังมีอีกวันหนึ่งที่มาเยือนเราในช่วงใกล้เคียงกัน นั่นคือวันอารอฟะฮ์ เมื่อกล่าวถึงการถือศีลอดในวันอารอฟะห์แล้ว ท่านนบีมูฮัมมัดที่รักยิ่งของเรา (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ได้กล่าวว่า "มันถูกลบล้าง(บาป) 1 ปีที่ผ่านมาและ 1 ปีข้างหน้า" (บันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม) วันประเสริฐทั้งสองนี้คือวันที่ 10 และวันที่ 9 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ตามปฏิทินจันทรคติของมุสลิม ...

ความสับสนที่มุสลิมมีต่อวันทั้งสองนี้

ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ มีผู้คนบางส่วนสับสนโดยคิดว่าการถือศีลอดในวันอารอฟะห์ และวันอีดิลอัฎฮาในประเทศของพวกเราต้องเป็นวันเดียวกันกับวันทั้งสองในมักกะห์ เนื่องจากพิธีฮัจญ์มีเพียงที่มักกะห์ และทุ่งอารอฟะห์อยู่ที่นั่น นี่เป็นความเข้าใจอันผิดพลาดที่แพร่ในหมู่มุสลิม ถึงกระนั้นก็ตามที่เราจะเห็นได้จาก 6 ข้อดังต่อไปนี้ ว่าท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ไม่ได้พยายามหาข่าวคราวแก่ตนเองหรือแจ้งข่าวให้เมืองอื่น ๆ ทราบถึงวันอีดและวันอารอฟะฮ์ของนครมักกะห์ เพื่อให้เมืองอื่น ๆ ได้ยึดถือตามทั่วโลก แต่สิ่งที่ท่านนบีได้ปฏิบัติและแจ้งให้คนอื่น ๆ ทั่วโลกคือให้พวกเขาเฝ้าดูการเริ่มนับเดือนใหม่โดยการมองเห็นเสี้ยวของดวงจันทร์ใหม่ในพื้นที่ของเราเอง แล้วฉลองอีดิลอัฎฮาในวันที่ 10 หลังจากนั้น และถือศีลอดวันอารอฟะฮ์ก่อนวันอีด ซึ่งก็คือวันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ในพื้นที่ของเรา นี่คือเหตุผล 6 ประการที่กล่าวโดยสรุปเพื่อความกระจ่างแจ้งในปัญหานี้สำหรับพวกเรา

เหตุผลบางประการที่อิสลามมิได้สั่งให้เราตามปฏิทินของมักกะห์ในการกำหนดวันอีดหรือการถือศีลอดวันอารอฟะฮ์ของพื้นที่นี้หรือในพื้นที่อื่น ๆ :

1. แบบอย่างในช่วง 10 ปีของท่านนบี: ในช่วงเวลาของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ท่านนบีอยู่ในเมืองมาดีนะห์ถึง 10 ปี เมื่อได้มีผู้แจ้งข่าวถึงการเห็นดวงจันทร์ในมักกะห์ และได้แจ้งแก่ท่านในเมืองมาดีนะห์ เพื่อที่ชาวมาดีนะห์จะได้กำหนดเดือนซุลฮิจญะห์ตามชาวมักกะห์ เพื่อที่วันที่ 9 และ 10 ของเดือนนี้จะเป็นวันอีดของพวกเขาในมาดีนะห์ แต่ไม่เคยมีรายงานว่าท่านเคยปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน ทุก ๆ ปีพวกเขากำหนดเดือนตามการมองเห็นดวงจันทร์ของท้องถิ่น เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น โปรดทราบว่าในสมัยนั้นคาราวานอาจใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 วันในการเดินทางจากเมืองมักกะห์ไปยังเมืองมะดีนะห์ ผู้ที่แจ้งข่าวที่นำข่าวสามารถมาถึงในระยะเวลาอันสั้น หากดวงจันทร์ปรากฏตัวขึ้นที่เมืองมักกะห์ในคืนก่อนวันที่ 1 ของซุลฮิจญะห์ ยังคงมีเวลาอยู่ 10 คืนและ 9 วันก่อนถึงวันอีด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เพียงพอสำหรับผู้เดินทางที่จะถูกส่งจากมักกะห์ไปยังมะดีนะห์ และที่อื่น ๆ เพื่อแจ้งข่าวให้ทราบถึงวันอารอฟะห์และวันอีดของพิธีฮัจญ์ในเมืองมักกะห์เพื่อที่เมืองอื่น ๆ ทุกแห่งจะได้ปฏิบัติตาม หากนั่นคือสิ่งที่ควรจะต้องปฏิบัติ อย่างไรก็ตามท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ไม่เคยปฏิบัติเช่นนั้นเลยในช่วงสิบปีที่ท่านอยู่ในเมืองมาดีนะห์ ในการที่จะรับรู้ถึงวันที่มีการเห็นจันทร์เสี้ยวใหม่ของเดือนในเมืองมักกะห์ หรือในเดือนพิเศษสำหรับฮัจญ์หรือเดือนรอมฎอน

2. เมืองอื่น ๆ ไม่ได้ใช้ปฏิทินของเมืองมักกะห์ในการกำหนดวันอีด แม้กระทั่งหลังจากที่พีธีฮัจญ์ได้ถูกบัญญัติไว้ในศาสนาอิสลามในปีฮิจญเราะห์ที่ 9: คุณอาจคิดว่า นั่นคือก่อนที่ฮัจญ์จะได้รับการบัญญัติให้เป็นหนึ่งในหลักการอิสลาม ความเป็นจริงคือ ในปีฮิจญเราะห์ที่ 9 ท่านนบีได้ส่งท่านอบูบักรฺให้นำผู้คนที่จะประกอบพิธีฮัจญ์ ในขณะที่ท่านนบีอยู่ในเมืองมาดีนะห์ แต่ท่านนบีมิได้พยายามที่จะหาข่าวสารถึงวันอารอฟะห์ของเมืองมักกะห์ในปีนั้น หรือกำหนดวันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ ของเมืองมาดีนะห์ตามวันเวลาเดียวกับเมืองมักกะห์ หรือท่านนบีได้แจ้งให้ท่านอบูบักรฺตามการเห็นเดือนของเมืองมะดีนะห์ซึ่งท่านนบีเองได้อาศัยอยู่ในปีนั้น โปรดจำไว้ว่าในขณะนั้น กองคาราวานปกติจะมาเดินทางระหว่างเมืองมักกะห์และเมืองมาดีนะห์ภายใน 3 วัน หรือช้าที่สุดคือ 4 วัน ดังนั้นท่านนบีจึงสามารถรับทราบถึงการเห็นเดือนของเมืองมักกะห์ได้อย่างง่ายดายหากท่านต้องการ แต่ท่านไม่ได้แนะนำแก่เราหรือให้ผู้ใดก็ตามหาข่าวสารว่าวันอารอฟะห์หรือวันอีดในมักกะห์คือวันใด เพื่อที่จะให้เมืองอื่น ๆ ในโลกได้ปฏิบัติตาม แม้ว่าท่านจะรู้แต่ท่านก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ นั่นหมายความว่าเราไม่ควรพยายามตามวันที่กำหนดสำหรับเมืองมักกะห์ด้วยความเชื่อว่ามันมีความประเสริฐที่พิเศษ แต่เราควรทำตามวันที่เห็นดวงจันทร์ของเราในท้องถิ่น

3. เมืองอื่น ๆ ไม่ได้ใช้ปฏิทินที่กำหนดวันอีดตามมักกะห์ แม้ว่าท่านนบีได้เป็นผู้นำในการทำฮัจญ์ในปีฮิจญเราะห์ที่ 10 : คุณอาจอยากรู้ว่า สิ่งที่สำคัญคือการปฏิบัติตามวันอารอฟะฮ์ที่ท่านนบีได้ปฏิบัติไว้นั้นเมื่อท่านอยู่ที่นั่นเป็นอย่างไร อีกครั้งในกรณีดังกล่าวในปีถัดไปนั่นคือปีฮิจญเราะห์ที่ 10 ท่านนบีจากเมืองมาดีนะห์เดินทางไปยังเมืองมักกะห์ และได้ไปทำฮัจญ์ด้วยตัวของท่านเอง แต่จาก 10,000 หะดีษหรือมากกว่านั้นที่มีบันทึกมาถึงพวกเรา (ประมาณการตามนักวิชาการในยุคแรก) ไม่เคยมีรายงานว่าท่านนบีได้ส่งผู้ส่งสารไปยังเมืองมาดีนะห์หรือเมืองอื่น ๆ เพื่อแจ้งให้รับทราบถึงวันอารอฟะฮ์หรือวันอีดในเมืองมักกะห์ให้แก่กลุ่มคนอื่น ๆ ในเมืองอื่น ๆ เช่นในเมืองมาดีนะห์ เพื่อที่จะได้กำหนดวันดังกล่าวตามเมืองมักกะห์ที่ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) กำลังปฏิบัติพิธีฮัจญ์และอยู่ที่ทุ่งอารอฟะห์ หรือมีศอฮาบะห์ท่านใดจากเมืองอื่นใดพยายามที่จะรับทราบถึงวันอารอฟะห์ของเมืองมักกะห์ หรือวันอารอฟะห์และฮัจญ์ของท่านนบีเพื่อที่จะให้เมืองอื่น ๆ ได้กำหนดวันดังกล่าวตาม ซึ่งในขณะนั้นพวกเขาสามารถรับรู้ได้โดยง่ายแต่พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติเช่นนั้น เนื่องจากเราที่อยู่ในเมืองอื่น ๆ ทั่วโลกไม่จำเป็นต้องกำหนดวันของเราให้ตรงกับวันอารอฟะห์และวันอีดในมักกะห์ แต่เราต้องกำหนดวันตามสถานที่และการกำหนดการเข้าเดือนใหม่ของเราเอง ดังนั้นความเป็นเอกภาพตามท่านร่อซู้ลลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) นั้น คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (ในการกำหนดวันดังกล่าว) ในเมืองใดเมืองหนึ่งจำเป็นยิ่งกว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมุสลิมทั่วโลก

4. วันอารอฟะฮ์เป็นชื่อเรียกวันที่ 9 ตามปฏิทินจันทรคติในแต่ละพื้นที่โดยไม่คำนึงว่าตรงกับวันที่ 9 ของเมืองมักกะห์หรือไม่ : ในยุคสมัยของเรา แม้ว่าจะมีนักวิชาการหลายท่านกล่าวว่าเราไม่จำเป็นต้องตามวันของเมืองมักกะห์สำหรับการกำหนดวันอีดและวันอารอฟะฮ์ แต่มีรายงานว่า หนึ่งในนักวิชาการใหญ่ร่วมสมัยของเราบางท่านกล่าวว่า สำหรับวันอารอฟะฮ์ของผู้คนทั่วโลกนั้นควรหาว่าวันใดคือวันอารอฟะฮ์ในมักกะห์ เพื่อที่พวกเขาจะได้กำหนดตามให้เหมือนกันทุก ๆ เมืองทั่วโลก เพราะตามที่ชัยคฺได้กล่าว การถือศีลอดวันอารอฟะห์คือช่วงเวลาที่ผู้แสวงบุญยืนอยู่ที่ทุ่งอารอฟะห์ ฉันไม่ได้จำรายละเอียดในขณะที่เขียนเรื่องนี้ว่าชัยคฺท่านใดบ้างที่ได้กล่าวเช่นนี้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากชัยคฺได้กล่าวเช่นนี้จริง ย่อมเห็นได้ชัดว่าขัดแย้งกับการปฏิบัติของท่านนบีดังที่ได้กล่าวมาแล้วในสามข้อข้างต้น ในขณะที่วันอีดสำหรับผู้คนทั้งโลกคือวันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ในเมืองของพวกเขา ไม่ใช่ในเมืองมักกะห์ ในทำนองเดียวกันกับการถือศีลอดวันอารอฟะห์ คือวันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ในเมืองของพวกเขา ไม่ใช่ในเมืองมักกะห์ นี่เป็นวิธีที่ท่านนบีได้ปฏิบัติในช่วงชีวิตของท่าน

5. คุละฟาอ์ รอชิดูน () ในสมัยของบรรดาคุละฟาอ์ รอชิดูน (ผู้ปกครองผู้ทรงธรรม) ยิ่งรับข่าวสารถึงวันอารอฟะฮ์และฮัจญ์ในเมืองมักกะห์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และพวกเขาก็สามารถส่งสารการแจ้งเตือนถึงวันเหล่านี้ไปยังเมืองต่าง ๆ ในมาดีนะห์ กูฟะห์ บัศเราะห์ นัจญด์ บาห์เรน เยเมน ดามัสกัส และเมืองอื่น ๆ ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ (หรือได้รับการรายงานว่า) กระทำอย่างนั้นแต่อย่างใด

() ความจริงแล้ว ในสมัยของท่านอุมัร อิบนุ อัล ค็อฏฏ็อบ – รดิยัลลอฮุ อันฮฺ - และช่วงเวลาที่เหลือของศตวรรษแรกของอิสลาม การบริหารราชการพลเรือนรวมถึงการบริการไปรษณีย์นั้นถือว่ามีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างมาก มีระบบไปรษณีย์ เช่น อัล บะรีด หรือกรมไปรษณีย์ที่ให้บริการด้านข่าวสารหรือสื่อต่าง ๆ ที่ต้องใช้ความเร็วอย่างสูงจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ตลอดจนมีหน้าที่คอยส่งข่าวสารทางราชการจากศูนย์กลางการปกครองไปยังแคว้นต่าง ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากเพื่อช่วยลดเวลาการสื่อสารสำหรับผู้คนทั่วโลกมุสลิมและเมืองมาดีนะห์ในสมัยนั้นเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการมองเห็นดวงจันทร์ใหม่ที่เมืองมักกะห์เพื่อกำหนดวันอีดและวันอารอฟะห์ ถึงกระนั้น ก็ไม่มีบันทึกหรือรายงานใด ๆ ที่ชัดเจนที่กล่าวว่าท่านอุมัร (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) หรือบรรดาคุละฟาอ์ รอชิดูน หรือบรรดาศอฮาบะฮ์ ที่แสดงออกถึงความต้องการที่จะทราบวันเวลาของเมืองมักกะห์เพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติตาม ซึ่งพวกเขาไม่ได้กระทำเช่นนี้เลย

() สมัยของศอฮาบะฮ์หลังคุละฟาอ์ รอชิดูน: ในช่วงเดือนรอมฎอนของสมัยคอลีฟะห์ มุอาวียะฮ์ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) มุอาวียะฮ์ได้เห็นดวงจันทร์ใหม่ที่ซีเรียจึงกำหนดวันถือศีลอดให้กับคนในเมืองซีเรียก่อน ขณะที่อิบนุ อับบาส ซึ่งเป็นอุลามาอ์อยู่ที่เมืองหิญาซ ไม่ได้เห็นดวงจันทร์ในวันนั้น จึงถือศีลอด 1 วันให้หลังจากเมืองดามัสกัส ขณะเดียวกันระหว่างเดือนรอมฎอนปีนั้น กุร็อยบ์ ได้แจ้งให้อิบนุ อับบาส รับทราบถึงเรื่องนี้ภายหลัง อิบนุ อับบาสก็ไม่ได้กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนวันอีด ฟิฏรีย์ในมาดีนะห์ที่กำลังมาถึงให้ตรงกับวันอีด ฟิฏรีย์ของเมืองดามัสกัสซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองในสมัยนั้น หรือในทางกลับกันอิบนุ อับบาสก็ไม่ได้สั่งให้วันอีดของดามัสกัสต้องปรับมาให้ตรงเหมือนกับเมืองมาดีนะห์แต่อย่างใด จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า (1) การส่งข่าวทางไกลนั้นเป็นเรื่องที่กระทำได้ตั้งแต่ยุคสมัยนั้น (2) บรรดาศอฮาบะฮ์เองก็ไม่ได้มีการปรับวันอีดหรือวันเข้าเดือนรอมฎอนให้ตรงเหมือนกันหมดทุกเมือง เช่นเดียวกัน จากการปฏิบัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าท่านนบีเอง (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ก็ไม่ได้แสดงความพยายามในการปรับวันที่เมืองมาดีนะห์ให้ตรงกับวันของเมืองมักกะห์เพื่อกำหนดวันอีดและวันอารอฟะห์แต่อย่างใด

() รายงานเหตุการณ์มองเห็นดวงจันทร์ของกองคาราวาน: สำหรับรายงานที่ได้รับการบันทึกว่า มีกองคาราวานที่เดินทางจากนอกเมืองมาดีนะห์แจ้งให้ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ทราบถึงการเห็นดวงจันทร์ นี่เป็นกองคาราวานที่เดินทางจากบริเวณขอบชานเมืองมาดีนะห์ ซึ่งไม่ได้เดินทางจากดินแดนที่ห่างไกลหรือมาจากเมืองอื่น ๆ ซึ่งจากจุดที่ผู้คนของกองคาราวานได้รายงานการเห็นดวงจันทร์ให้ท่านนบีทราบนั้นเป็นจุดที่ห่างไม่กี่ชั่วโมงนับจากคืนก่อน ด้วยเหตุนี้ท่านนบีจึงสั่งยกเลิกการถือศีลอดของบ่ายวันนั้น และเลื่อนให้ไปฉลองและละหมาดวันอีดของเช้าวันถัดไปแทน นี่คือเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการมองเห็นดวงจันทร์ของกองคาราวานที่อยู่ไกลจากชานเมืองมาดีนะห์ไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่เมืองอื่น ๆ เช่นเมืองมักกะห์ที่อยู่ไกลออกไป

6. ในหนังสือฟิกฮฺของมัซฮับทั้ง 4 (อิหม่ามอบู ฮานีฟะห์ ; อิหม่ามมาลิก บิน อนัส ; อิหม่ามชาฟิอีย์ ; และอิหม่าม อะห์มัด บิน ฮันบัล) ตั้งแต่ช่วงเวลาของท่านอิหม่ามเอง หรือสานุศิษย์ของพวกเขา หรือบรรดาอุลามาอ์อื่น ๆ ในยุดถัดมาที่ตามแนวทางสำนักนิติศาสตร์ของพวกเขา ก็ไม่มีการกำหนดให้ผู้คนจากเมืองอื่น ๆ หาวันเวลาของฮัจญ์ในเมืองมักกะห์ เพื่อให้เมืองอื่น ๆ นั้นตามวันของเมืองมักกะห์ในการกำหนดวันฮัจญ์ หรือวันอารอฟะห์ หรือวันอีด อัฎฮา ไม่ถือว่าเป็นกรณีที่ปัจจุบันนี้เรามีความสามารถในการรู้วันของเมืองมักกะห์สำหรับกำหนดวันอีด ซึ่งความจริงแล้วผู้คนในยุคก่อนหน้าก็มีความสามารถเดียวกันนี้โดยไม่ต้องลำบากอะไรมากมาย ดังนั้นสถานการณ์ของเราในยุคสมัยปัจจุบันในการทราบข่าวคราว (แม้อาจจะไม่เร็วเท่า) จึงถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก การติดตามดูดวงจันทร์ในพื้นที่ตนเองจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่าการนั่งหาวันให้ตรงกับเมืองมักกะห์

หากการตามการเห็นดวงจันทร์ของเมืองมักกะห์นั้นเป็นไปเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพของมุสลิมทั้งโลกมีความประเสริฐมากกว่าหรือเป็นที่ประสงค์มากกว่าจริง คงจะมีความพยายามในการปฏิบัติไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่พวกเขาไม่ได้กระทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ควรสร้างแนวคิดเรื่องความเอกภาพทั่วทั้งโลกบนพื้นฐานของการเห็นลักษณะของดวงจันทร์ที่ปรากฎในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่เราควรคิดถึงความเป็นเอกภาพของมุสลิมในเมืองหนึ่ง ๆ ดังที่ได้รับการปฏิบัติในสมัยของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) สมัยของคุละฟาอ์ รอชิดูน สมัยของบรรดาศอฮาบะฮ์ สมัยของอิหม่ามฟุกอฮาอ์ และตลอดระยะเวลากว่า 1300 ปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ที่เราต้องเผชิญกับสถานะของมุสลิมชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม ก่อนที่จะมีการแบ่งประเทศเป็นรัฐชาติต่าง ๆ ทุกคนที่อยู่ในเมืองเดียวกันก็จะรวมตัวกันออกอีดพร้อมกัน บนพื้นฐานของการดูดวงจันทร์ในท้องที่ตามเจตนารมณ์ของสุนนะฮ์และการอิจญติฮาดที่เชื่อถือได้

บทสรุป

จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นบวกกับรายงานที่ปรากฏในหะดีษทั่วไปที่กล่าวถึงข้อกำหนดในการมองเห็นจันทร์เสี้ยว ค่อนข้างชัดเจนว่าทุกวันนี้บางคนมีความสับสนและมีความคิดที่ผิดพลาดในการเข้าใจอย่างไม่ถูกต้องว่า เราจะต้องตามการกำหนดวันปฏิทินจันทรคติของมักกะห์สำหรับการกำหนดวันอีดและวันอารอฟะห์ของเราที่อยู่ในเมืองที่ห่างไกลออกไป ซึ่งทรรศนะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าไม่ถูกต้อง

จากการศึกษาข้างบนเราทราบแล้วว่าท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) บรรดาคุละฟาอ์ รอชิดูน บรรดาศอฮาบะฮ์ บรรดาอิหม่ามฟุกอฮาอ์ และผู้รู้ระดับผู้นำทางฟิกฮ์ทั้งหลายตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ได้ต้องการให้มุสลิมในพื้นที่อื่น ๆ จำเป็นต้องหาวันอารอฟะห์ วันฮัจญ์ หรือวันอีดให้ตรงกับวันหรือปฏิทินที่กำหนดจากเมืองมักกะห์ ไม่มีหลักการใด ๆ ให้เราถือศีลอดวันอารอฟะห์หรือออกอีดให้ตรงกับคนในเมืองมักกะห์ เราควรถือศีลอดวันอารอฟะห์และออกอีดตามการกำหนดปฏิทินจันทรคติในพื้นที่ของเราในวันที่ 9 และวันที่ 10 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ตามลำดับ

ขอเรียกร้องให้พี่น้องมุสลิมทุกท่านเชิดชูแนวทางของอิสลามและซุนนะฮ์

ได้โปรดยุติการปฏิบัติตามกระแสใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ซึ่งนั่นคือกระแสใหม่ที่ผิดพลาด และลองทำความเข้าใจในเจตนารมณ์ของการที่จะไม่หาวันอีดของเราหรือถือศีลอดวันอารอฟะห์ให้ตรงตามมักกะห์ เช่นเดียวกับการที่ท่านร่อซู้ลลุลลอฮ์มิได้ปฏิบัติมัน


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.